Powered by WordPress | Theme by mg12 | Valid XHTML 1.1 and CSS 3
  • Basic Make Money (2)

    ก่อนที่จะไปถึง การทำโฆษณาขายสินค้าผ่านเนต

    เรามาคุยกันเรื่องที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าผ่านเนตกันก่อนนะคะ

    eCommerce Website ที่ดี

    ควรจะเป็นอย่างไร และ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

    ส่วนตัวแล้ว คิดว่า ควรจะประกอบด้วย เรื่องต่างๆ ดังนี้ค่ะ

    1. เว็บไซต์ใช้งานง่าย ดูสบายตา เป็นที่คุ้นเคย โหลดได้เร็ว ไม่มีภาพกราฟฟิคมากเกินไป
    2. ค้นหาสินค้าได้ง่าย ไม่สลับซับซ้อน
    3. สามารถทำรายการชำระเงินค่าสินค้าได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว
    4. มีความน่าเชื่อถือ ทั้งเรื่องของระบบ และ เรื่องความปลอดภัยในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคล
    5. สินค้าส่งเร็ว มีระบบตรวจสอบสถานะสินค้า
    6. มีบริการหลังการขาย
    7. ไม่พอใจ ยินดีคืนเงิน

    ร้านขายของบนเนต ที่เราเห็นโดยทั่วไป แบ่งได้เป็นแบบใดบ้าง

    ก็สามารถแบ่งโดยใช้ตัวแปรได้หลายแบบนะคะ

    ถ้าแบ่งตามการประมวลของ จขกท คือ

    1. สินค้าของเรา และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของเรา
    2. สินค้าของเรา และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของผู้อื่น
    3. สินค้าของผู้อื่น และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของเรา
    4. สินค้าของผู้อื่น และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของผู้อื่น

    เดี๋ยวเรา จะแจงกันแต่ละข้อนะคะ

    แบบแรก สินค้าของเรา และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของเรา

    แบบนี้ก็ง่ายๆ ค่ะ คือ เรามีสินค้า และ เอาสินค้าของเรามาวางในเว็บของเรา จบ

    ^_^ มันไม่จบเพียงแค่นั้นซิคะ

    เพราะว่า ระบบบริการจัดการ ต้องดีพอ

    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดทำเว็บ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำระบบตะกร้า ระบบชำระเงิน เรียกว่า ต้องทำเองหมด ดังนั้น คนส่วนใหญ่ จึงไม่นิยมแบบนี้ค่ะ

    แบบที่สอง สินค้าของเรา และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของผู้อื่น

    แบบนี้ ตัวอย่างเลย เห็นได้ง่ายๆ เช่น weloveshopping, thaisecondhand, tohome (มีทั้งสินค้าของ tohome และสินค้าที่ thirdparty มาฝากขาย)

    แบบนี้ จะง่ายขึ้นมาหน่อย ตรงที่ เรามีสินค้า ก็ไปสมัครเป็นสมาชิกกับทางเว็บที่เค้าให้บริการ แล้วก็เอาสินค้าเราลง post ในเว็บ

    ส่วนมากแล้ว เมื่อสมัครสมาชิก ก็จะได้หน้า link หรือ url ที่เป็นตำแหน่งแห่งที่ของร้านเรา ก็เหมือนกับเรามีร้านค้า แต่ ทำเลร้านของเราอยู่บนเนตนั่นเองค่ะ

    ข้อดีของแบบนี้คือ เราไม่ต้องมีเว็บเอง ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากมาย ในการจัดการเว็บไซต์เหมือนแบบแรก แต่ข้อเสียก็ยังมีค่ะ

    โดยเฉพาะ เมื่อไปเจอว่า เว็บนั้นมีสินค้าประเภทเดียวกันกับที่เราขาย เช่น เสื้อผ้า ขายกันใหญ่เลยค่ะ คล้ายๆ กัน ราคาพอๆ กัน อันนี้ถ้าหากเป็นสินค้า handmade และ ค่อนข้างแปลกแตกต่าง ก็ดีไป แต่ถ้าสินค้าเหมือนๆ กัน คล้ายๆ ก็ต้องมาสู้กันเรื่องราคา เรื่องโปรโมชั่น และ อื่นๆ จิปาถะ

    เราไปดูแบบที่ 3-4 กันบ้างค่ะ

    แบบที่ 3 สินค้าเป็นของผู้อื่น และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของเรา

    อันนี้ จะเริ่มเป็นแบบ นายหน้าขายสินค้าค่ะ

    โดย เราสมัครเป็นตัวแทนขาย กับ เว็บใดๆ ที่ใดที่หนึ่ง แล้วเราก็สามารถเอาสินค้าเค้ามาขายได้ โดยผ่านการใช้ link ในลักษณะต่างๆ กันไป เช่น link ที่เป็นข้อความ link ที่เป็นรูปภาพสินค้า หรือ link ประเภทอื่นๆ

    ที่บอกว่า ร้านค้าบนเนต เป็นของเรา ก็เพราะว่า ข้อกำหนดส่วนใหญ่ของเว็บประเภทนี้ คือ เราจะต้องมีหน้าร้านของเราเองค่ะ หรือ โฆษณาโดยวิธีอื่น ที่ไม่ทำลิงก์ไปตรงๆ ยังหน้าสินค้าของเว็บเค้า เพราะเค้าไม่อยากรับภาระการโหลดหน้าเว็บเค้า อะไรประมาณนี้ค่ะ

    ใน ไทย เท่าที่ทราบ ยังไม่มีที่เด่นๆ นะคะ แต่ก็มีทำกันมาบ้างแล้ว เช่น เว็บที่ complex–. ลักษณะ การขาย เราก็สมัครสมาชิก จากนั้น ก็สามารถนำสินค้าของเค้ามาขาย หรือ ทำการโปรโมทในเว็บบอร์ด หรือ วิธีอื่นๆ เพื่อให้ขายสินค้าได้ และ เราได้รับค่าคอมค่ะ (ตัวเองทำมาแล้ว แต่ไม่รุ่ง เมื่อไม่รุ่ง ก็เลยเลิกไปแล้วค่ะ ^_^ ส่วนใครจะลองก็ลองเลยนะคะ เผื่อรุ่งค่ะ)

    สำหรับเว็บแบบนี้ ในต่างประเทศ เอาที่ดังๆ มีชื่อเสียงเลยนะคะ ต้อง hxxp://www.cj ดอท คอม ค่ะ (กลัวมากๆ เรื่องชื่อเวบ เลยต้องใช้ภาษาไทย ปนกับ ภาษาอังกฤษนะคะ)

    CJ เป็นชื่อย่อ มาจากคำว่า commission junction คือ เป็นศูนย์รวมแห่งค่าคอมมิสชัน ว่างั้นเถอะ

    CJ จะรวบรวมเอาเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการขายในลักษณะตัวแทนขายนี้มาไว้รวมกัน เช่น มีบริษัท A B C D เป็นสมาชิกกับเว็บ

    เมื่อเราสมัครสมาชิกกับเว็บ CJ เราก็จะสามารถ สมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าจากเว็บไซต์ A B C D อย่างนี้เป็นต้น

    ข้อดีคือ commission อลังการ มีสินค้าให้เลือกมากมาย มีระบบ Cookie (มันคือ อะไร เดี๋ยวจะว่ากันอีกทีค่ะ)

    ส่วน ข้อเสียก็คือ ระบบใช้ภาษาอังกฤษ อาจจะมีหลายท่านไม่ค่อบอยากทำเมื่อเจอว่าจะต้องใช้ภาษา และ ข้อเสียอีกข้อที่เด่นๆ เลยก็คือ เราจะต้องมีหน้าเว็บเอง หรือ เรียกว่า Landing page (มันคือ อะไร ประเดี๋ยว อธิบายกันอีกทีค่ะ)

    นอกจาก CJ ก็ยังมีเว็บอื่นๆ ในลักษณะเดียวกันนี้นะคะ เช่น linkshare ดอทคอม clickbank ดอทคอม เป็นต้น

    แบบสุดท้าย สินค้าของผู้อื่น และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของผู้อื่น

    แบบนี้คล้ายๆ แบบที่ 3 คือ เป็นลักษณะนายหน้าขายสินค้าเช่นกันค่ะ แบบนี้แนวถนัดเลย ไม่ต้องทำอะไรเลย สมัครสมาชิก และ เอา link สินค้ามาทำการโฆษณา เมื่อขายได้ ก็รับค่าคอม แบบนี้ เราสามารถทำได้ทั้งแบบมีเว็บไซต์ หรือ บล๊อก แล้วนำ link มาไว้ในบล๊อก หรือ ไม่ทำเว็บไม่ทำอะไรทั้งสิ้น แต่ใช้วิธีโฆษณาสินค้า

    ซึ่งวิธีโฆษณา ก็มีหลากหลายรูปแบบ อีกแล้วค่ะ หุหุ จะจัดระเบียบ กลุ่มย่อย กันไปถึงไหน ^_^

    การโฆษณาสินค้าผ่านเนต มีได้หลายแบบ แล้วแต่เราจะจัดจำแนกค่ะ เช่น

    จำแนกตามค่าใช้จ่าย ก็สามารถแบ่งได้เป็น โฆษณา แบบใช้เงิน และ แบบไม่ใช้เงิน

    จำแนกตามรูปแบบของการโฆษณา ก็เช่น

    - ทำแบนเนอร์ ไปวางในเว็บที่มีคนเห็นบ่อย อาจจะฝากเว็บเพื่อน หรือ ซื้อพื้นที่โฆษณาจากเว็บบางเว็บ เป็นต้น

    - โฆษณาใน email ของเรา โดยไม่ spam นะคะ เช่น ใส่ไว้ในบรรทัดสุดท้ายใน email ของเรา เช่น เวลาเราเมล์หาเพื่อน เพื่อนเราก็เห็น อย่างน้อยก็ 1 คนแล้วหละ (เพื่อน เป็นเหยื่อคนแรกเลย ^_^)

    - Post ใบเวบบอร์ดที่ได้รับอนุญาต ให้สมาชิกสามารถใส่ link โฆษณาได้

    - Post link ร้านของเราในโปรแกรม chat, social network ต่างๆ เช่น ใส่ใน msn, hi5 เป็นต้น

    - เดี๋ยวค่อยๆ เก็บรายละเอียดกันไปนะคะ

    ทีนี้ วิธีโฆษณานี่แหละค่ะ ที่เราจะมาว่ากัน ใน post ถัดๆ ไป

    ก็คือ ทำอย่างไร ให้เว็บ บล็อก หรือ link ขายสินค้าของเรา ได้มีโอกาสให้ผู้ซื้อได้เห็น และ ที่สำคัญ ซื้อได้อย่างไร

    กลับสู่หน้าหลัก thailandDB

No comments yet.

Leave a comment

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

กรอก Email ที่นี่ เพื่อรับข่าวสารจากเราค่ะ:

Delivered by FeedBurner





|Cookware Outlet|Healthcare Products Sale|Hardware for Sale|รับทำ SEO| SEO|รับโปรโมทเว็บไซต์
TOP